ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ผลิตภัณท์
dot
bulletอัตราค่าขนส่ง




เหยื่อแผ่นดินไหวเชียงราย article

วันนี้ดูเหมือนคนไทยจะ “ลืม” เรื่อง “แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ 6.3 ริกเตอร์” ที่ อ.พาน จ.เชียงราย ไปแล้ว เพราะความสนใจมุ่งไปที่ “การเมือง” เป็นหลัก และ นักการเมือง ก็ลืมความเดือดร้อนของประชาชนหลายหมื่นคนที่ประสบภัยบ้านเรือนพังทลายเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ ทั้งที่พูดกันปาวๆ ต่อสู้เพื่อประชาชน แต่ประชาชนที่กำลังเดือดร้อน กลับถูกลืมไปอย่างไม่สนใจไยดี

นับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหว 6.3 ริกเตอร์ เมื่อเย็นวันที่ 5 พฤษภาคมเป็นต้นมา จนถึงเช้าวันที่ 14 พฤษภาคม สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ระบุว่า มีอาฟเตอร์ช็อกเขย่าต่อเนื่องถึง 777 ครั้งแล้ว สร้างความประหวั่นขวัญเสียแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง

ความเสียหายที่เกิดขึ้นจนถึงวันนี้ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดจากทางราชการ เพราะรัฐมนตรีรักษาการทั้งหลาย มัวแต่ไปสอพลอเอาใจนาย ไม่มีใครสนใจความเดือดร้อนของประชาชน มีแต่ข้อมูลคร่าวๆ หลังแผ่นดินไหวว่า มีหมู่บ้านประสบความเสียหายประมาณ 20,000 ครัวเรือน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ 60,000 คน ความเป็นจริงน่าจะมากกว่านี้ เพราะไหวต่อเนื่องมาถึง 10 วันแล้ว แรงมากแรงน้อยถึง 777 ครั้ง อาคารที่สะเทือนก็ร้าว ที่เคยร้าวก็พัง

เท่าที่ผมทราบข่าวจาก คุณเตือนใจ ดีเทศน์ อดีตผู้สมัคร ส.ว.เชียงราย บอกว่า งบช่วยเหลือจากทางราชการยังเบิกจ่ายไม่ได้ ทั้งๆที่เกิดภัยพิบัติมานานถึง 10 วันแล้ว

จากข้อมูลทางไลน์ที่ กลุ่มนักศึกษาสถาบันวิทยาการพลังงานรุ่น 1 ไปสำรวจและอ้างอิงข้อมูล กลุ่มสถาปนิกอาสา ที่ลงพื้นที่สำรวจที่ อ.พาน จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวพบว่า มีบ้านที่ต้องรื้อทิ้งทั้งหลังกว่า 100 หลัง มีบ้านเรือนที่ต้องสำรวจความปลอดภัยอีกกว่า 4,000 หลัง ไม่นับบ้านเรือนที่พังทลายไปก่อนหน้านี้ในช่วงแผ่นดินไหว

วันสุดสัปดาห์นี้ 16-17 พฤษภาคม คุณจันทนา สุขุมมานนท์ ที่ปรึกษาปูนอินทรี จะนำเพื่อนสถาบันวิทยาการพลังงานรุ่น 1 ไปมอบปูนอินทรีและนํ้าดื่ม เพื่อสร้างโรงเรียนใหม่ทั้งหลังที่ อ.พาน และมอบปูนอินทรีให้ประชาชนนำไปซ่อมแซมบ้านที่เสียหายที่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย และมีข่าวว่า ครอบครัวข่าว 3 ก็จะขึ้นไปช่วยด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นความช่วยเหลือจากภาคเอกชนทั้งสิ้น ยังไม่มีข่าวว่า รัฐบาล หน่วยราชการที่รับผิดชอบโดยตรง และ นักการเมืองในพื้นที่ จะให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนอย่างไร บ้านพังทั้งหลัง กว่าจะฟื้นฟู กว่าจะสร้างใหม่ ต้องใช้เวลาเป็นปี ยังไม่นับความเสียหายทางเศรษฐกิจของครอบครัวที่จะต้องฟื้นฟูอีกนาน

วันนี้ การรับมือกับแผ่นดินไหวบนรอยเลื่อนต่างๆในไทย เป็นสิ่งที่จะประมาทต่อไปไม่ได้อีกแล้ว อย่าง แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ 6.3 ริกเตอร์ ที่ อ.พาน จ.เชียงราย บนรอยเลื่อนพะเยา รอยเลื่อนนี้มีแผ่นดินไหวเตือนมาตั้งแต่เมษายนปี 2554 ที่ อ.แม่สาย ระดับ 3.5 ริกเตอร์ ต่อมาเดือนสิงหาคมปี 2555 ก็เกิดแผ่นดินไหวที่ อ.พาน ระดับ 2.8 ริกเตอร์ เดือนตุลาคมปี 2556 ก็เกิดแผ่นดินไหวติดต่อกัน 3 วัน ที่ อ.เชียงแสน และ อ.แม่จัน ระดับ 2.7, 2.9 และ 3.1 ริกเตอร์ ล้วนอยู่บนรอยเลื่อนพะเยาทั้งสิ้น ก่อนที่จะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ 6.3 ริกเตอร์ ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา

โอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวถี่ขึ้น รุนแรงขึ้น เป็นไปได้สูงยิ่ง เมื่อรอยเลื่อนต่างๆในภาคเหนือ ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาแล้ว จากไหวน้อยไปไหวใหญ่ในครั้งนี้

รศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้เชี่ยวชาญแผ่นดินไหวจากเอไอทีระบุว่า แผ่นดินไหวขนาด 6 ริกเตอร์ จะมาทุก 50 ปี ขนาด 7 ริกเตอร์ จะมาทุก 200-300 ปี และแผ่นดินไหวที่มาทุก 500 ปีขึ้นไป คือ แผ่นดินไหวตรงรอยเลื่อนอันดามัน รอยเลื่อนสะแกง มีโอกาสรุนแรงถึง 8 ริกเตอร์ และ รอยเลื่อนกาญจนบุรี มีโอกาสรุนแรง 7.5 ริกเตอร์

แค่ฟังก็สยองแล้วครับ ฤทธิ์เดชแผ่นดินไหว 7-8 ริกเตอร์ เราเคยเห็นจากประเทศอื่นแล้ว

ถ้าเกิดแผ่นดินไหว 7-8 ริกเตอร์ขึ้นที่ทะเลอันดามัน หรือกาญจนบุรีที่มีเขื่อนศรีนครินทร์ตั้งอยู่ ผมไม่อยากนึกภาพครับ แต่เห็นว่าประเทศไทยจะต้องออกกฎเพื่อเตรียมรับมือกับแผ่นดินไหวระดับ 7-8 ริกเตอร์ ได้แล้วตั้งแต่วันนี้.

 

แผ่นดินไหวเชียงราย ใกล้ตัว...ไกลเมือง

โดย 8 พ.ค. 2557 05:01


 

“อยู่บนรถ...อยู่ๆรถก็เหมือนโดนยกแรงมาก! พระห้อยในรถเหวี่ยงไปมา ตกใจนึกว่าใครมาแกล้ง รู้สึกวืดๆมึนๆ มองกระจกหลังไม่มีใคร สรุป...แผ่นดินไหวรุนแรงมาก

นึกถึงในหนัง...ถ้าแรงมากขนาดที่รถไถไหลไปกับพื้นถนนที่เริ่มแตกแยก อันนั้นคงจะกลัวอยู่ แต่สองทุ่มแล้ว...ยังมึนหัวไม่หาย”

เพื่อนคนหนึ่งแสดงความรู้สึกไว้ในเฟซบุ๊ก ระหว่างขับรถอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นนี้ สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เกิดขึ้นที่ตำบลทรายขาว อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ขนาด 6.3 ริกเตอร์ ลึก 7 กิโลเมตร ทำให้รู้สึกสั่นไหวในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดเชียงราย ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ น่าน พะเยา หนองคาย เลย และกรุงเทพมหานคร

“แผ่นดินไหว” เป็นภัยธรรมชาติที่ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ที่ไหน และมีความรุนแรงมากน้อยเพียงไร ในความเสี่ยงทั้งหมดเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและเป็นไปของธรรมชาติที่ไม่อาจเลี่ยงได้ แต่มนุษย์ป้องกันให้ได้รับผลกระทบเสียหายน้อยที่สุดได้

ในประวัติศาสตร์ประเทศไทยเคยเจอแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วราวปี 2088 พระเจดีย์หลวงแห่งนครเชียงใหม่ กลางเมืองเชียงใหม่...ยอดเจดีย์หักโค่นลงมา พร้อมๆกับเจดีย์โดยรอบๆ...ก็พังลงมา

“แผ่นดินสะเทือนต่อไปอีกเป็นเดือน ซึ่งปัจจุบันนี้เราก็รู้กันว่า คือ...อาฟเตอร์ช็อก ยุคนั้นรู้เพียงว่าแผ่นดินผิดปกติ มันสั่นสะเทือน...แล้วก็ตามมาอยู่เรื่อยๆ”

รศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (เอไอที) บอกว่า อีกข้อความจริงที่ควรรู้ แผ่นดินไหวไม่ได้เกิดทุกๆที่...ทุกๆแห่ง แต่เกิดเฉพาะบางตำแหน่ง...บางแนว...บางบริเวณเท่านั้นเอง อย่างญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหวเยอะมาก ถ้าดูในแผนที่พิกัดแผ่นดินไหวจะเห็นจุดเต็มไปหมดจนมองแทบไม่เห็นประเทศ...

“ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียก็เกิดถี่เพราะเป็นแนวที่มีแผ่นดินไหวมาก ฉะนั้นหากจะไล่แนวมาเรื่อยๆก็จะมาที่ทะเลอันดามัน ประเทศพม่า แล้วก็ประปรายอยู่ใกล้ๆเมืองไทย แนวแผ่นดินไหวนี้ ใครที่เคยเห็นภาพกราฟแสดงจุดเกิดแผ่นดินไหวที่แสดงเป็นรายครั้ง รายตำแหน่งก็อาจจะสงสัย ทำไม? ต้องเกิดตามแนวที่ว่านี้ด้วย”

คำตอบมีว่า...แผนที่แสดงแผ่นเปลือกโลก โลกเรามีเปลือกโลกหลายชิ้น บางชิ้นก็ใหญ่...แผ่นแปซิฟิก บางชิ้นก็เล็ก...บางชิ้นก็มีขนาดกลางๆ และแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกบางแผ่นก็เข้ามาชนกัน เข้ามาเฉือนกัน ซึ่งแต่ละแผ่นจะมีการเคลื่อนตัวอย่างช้าๆตลอดเวลา และก็เคลื่อนอย่างสม่ำเสมอ

บางทีการเคลื่อนก็เคลื่อนเข้าหากัน แต่บางแนวก็เคลื่อนออกจากกัน ปัญหาอยู่ที่แนวแผ่นเปลือกโลกที่เคลื่อนเข้าหากัน จะมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเยอะ

แนวรอยต่อนี่เองที่เกิดแผ่นดินไหว ถ้าลองเอาเฉพาะบริเวณประเทศไทยมาขยายดู เราจะเห็นภาพที่ชัดขึ้น จะเห็นว่าแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียนที่เราอยู่มีประเทศไทย เวียดนาม พม่า มาเลเซีย แล้วก็มีอีกแผ่นที่อินเดีย...ออสเตรเลียตั้งอยู่ที่เรียกว่าแผ่นอินโดออสเตรเลียน

“สองแผ่นเปลือกโลกนี้มีรอยต่อกันอยู่ในทะเล แล้วแนวนี้ก็มีแผ่นดินไหวชุกชุม แล้วภายในแผ่นเราก็มีรอยร้าวมากมาย รอยร้าวที่เราเห็นมักจะเรียกว่ารอยเลื่อนนั้น...รอยเลื่อนนี้ แต่ความจริงคือรอยร้าวในแผ่นเปลือกโลก ซึ่งก็ทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้”

ต้องย้ำว่าแนวที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวได้ชุกชุมกว่า และมีขนาดใหญ่กว่า...คือแนวระหว่างรอยต่อแผ่นเปลือกโลกแล้วแผ่นตัวล่างกำลังเคลื่อนเข้าหาแผ่นบน ด้วยอัตราความเร็วสม่ำเสมอ 65 มิลลิเมตรต่อปี

แนวนี้ก็เกิดแผ่นดินไหวอยู่เนืองๆ 8 ปีที่แล้วก็เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ เริ่มบริเวณหัวเกาะสุมาตรา แล้วก็ไถลต่อเนื่องตามแนวรอยต่อขึ้นมาทางหมู่เกาะนิโคบา มาถึงหมู่เกาะอันดามัน กินแนวยาวกว่า 1,000 กิโลเมตร ปลดปล่อยพลังงานออกมาอย่างมหาศาล

รศ.ดร.เป็นหนึ่ง ย้ำว่า รอยเลื่อนในบ้านเราเป็นรอยแตกเล็กๆภายในเปลือก เกิดเพราะเปลือกมีการบิดเบี้ยวและถูกทำให้บิดเบี้ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แรงที่ทำให้บิดเพราะมีการเคลื่อนตัวตลอดเวลา ไม่ต้องมีแผ่นดินไหวก็เกิดการสะสมพลังงานบิดเบี้ยวเพิ่มขึ้นทุกๆวันอยู่แล้วด้วยอัตราสม่ำเสมอ อาจจะเร็วขึ้น...ช้าลงขึ้นกับสภาพแผ่นดินไหวโดยรอบ

“ตรงไหนถึงคิวก็จะระเบิด...ไม่จำเป็นต้องมีแผ่นดินไหว 8.6 ริกเตอร์...9.1 ริกเตอร์แบบปี 47 รอยเลื่อนบ้านเราก็อันตรายอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าต้องใช้เวลาสะสมพลังงานนานจนกว่าจะคลายออกมาเป็นแผ่นดินไหวสักที”

เคยย้ำไปแล้วหลายครั้ง ที่น่าวิตกคือสิ่งที่เราควรจะเตรียมพร้อม แต่เราไม่ได้ทำอะไรเลย...อาคารบ้านเรือนในภาคเหนือที่ยังไม่ค่อยพร้อมที่จะรับมือแผ่นดินไหว...เขื่อนก็อยู่ในรายการที่มีความเสี่ยง แต่อาคารจะถูกทำลายได้ง่ายกว่าเขื่อน ถ้าอาคารพังผู้คนก็เสี่ยงบาดเจ็บ เสียชีวิต

จังหวัดทางภาคเหนือกับฝั่งตะวันตก...กาญจนบุรี ตาก เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงสุด มีความเสี่ยงและโอกาสที่จะต้องเจอกับภัยแผ่นดินไหวได้มากกว่า เมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ

ปัญหามีว่า...กฎหมายกำหนดว่าอาคารสูงเกินกว่า 15 เมตร ต้องออกแบบต้านทานแผ่นดินไหว อาคารที่ต่ำกว่า 15 เมตร ถ้าเป็นอาคารสาธารณะ อาคารที่เก็บวัสดุอันตรายก็ควรจะออกแบบรองรับต้านทานแผ่นดินไหว คำถามมีว่า...อาคารต่ำกว่า 15 เมตรของชาวบ้านล่ะ? พวกอาคารบ้านพัก อาคารพาณิชย์...จะต้องออกแบบให้ต้านทานแผ่นดินไหวหรือเปล่า?

แผ่นดินไหวในประเทศไทย หลายคนอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัว หากจะบอกว่าเมืองไทยจะไม่เจอแผ่นดินไหวที่อันตราย คงไม่ได้แล้ว รศ.ดร.เป็นหนึ่ง บอกว่า เรามีโอกาส...แผ่นดินไหวอย่างที่เกิดขึ้นที่เมืองไครสต์เชิร์ช 6.3 ริกเตอร์ เราก็มี...เคยเกิดมาแล้ว เช่นที่จังหวัดน่าน 70 ปีมาแล้ว...ก็เกิด 6.5 ริกเตอร์ แล้วเมื่อห้า...หกปีก่อนก็เกิดที่ประเทศลาว อยู่ห่างจากเชียงรายไปแค่ 50 กิโลเมตร

แผ่นดินไหวขนาด 5.6 ริกเตอร์ที่จังหวัดตาก แผ่นดินไหว 5.9 ริกเตอร์ ที่จังหวัดกาญจนบุรี แล้วก็มีแผ่นดินไหวขนาด 5 ริกเตอร์กว่าๆกระจายอยู่ทั่วภาคเหนือหลายครั้ง แผ่นดินไหวที่เป็นอันตรายพวกนี้เกิดขึ้นได้ แต่อาจจะเกิดไปอีกสิบ...อีกร้อยครั้ง โดยที่ไม่ทำให้เกิดภัยพิบัติเลยก็ได้

ในโลกนี้แผ่นดินไหว 5 ริกเตอร์ เกิดปีละ 1,500 ครั้ง แต่ที่เป็นข่าวมีนิดเดียว และขนาด 6 ริกเตอร์ เกิด 150 ครั้งต่อปี...แผ่นดินไหวแบบนี้ โอกาสที่จะสร้างความเสียหายทำได้ แต่ต้องเกิดใกล้เมืองมาก อย่างกรณีไครสต์เชิร์ช เกิดห่างไปแค่ 5 กิโลเมตร ถ้าห่างมากกว่านั้นอีกสัก 10 กิโลเมตร อาจจะไม่มีใครตายเลยก็ได้

เมืองไทยความเสี่ยงไม่ต่างกัน เกิดมาหลายครั้งแล้วโดยที่ไม่ตรงเมือง แต่ว่าในอนาคตก็อาจจะตรงได้ แล้วแถมบ้านเรายังมีรอยเลื่อนที่มีศักยภาพในการเกิดแผ่นดินไหวได้ถึงขนาด 7 ริกเตอร์

เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้ ถ้าเกิดในเมืองแหล่งคนอยู่อาศัยหนาแน่น ความเสียหายจะมากมายขนาดไหน เหตุการณ์นี้มีความเป็นไปได้ เป็นเรื่องที่ต้องเตรียมเผื่อเอาไว้... “มนุษย์” จะรับมือกับพิบัติภัยธรรมชาติ ต้องตั้งอยู่ในความไม่ประมาท.“ลม เปลี่ยนทิศ”

 




ข้อมูลที่น่าสนใจ

ทำไมต้องสร้างกับ เอสซีโมดูลาร์ article
บ้านโครงไม้ บ้าน ค.ส.ล. จนถึงยุคบ้านโครงเหล็ก กับวัสดุสำเร็จรูป article
สนิมเหล็ก....ไม่เล็กอย่างที่คิด article
ชีวิตปลอดภัย เมื่อติดตั้งระบบสายดิน article
ถึงเวลาใช้เหล็ก มอก. แล้วหรือยัง ??? article
สาระน่ารู้บ้านโครงเหล็ก article
หลักสูตรการฝึกยกระดับฝีมือสาขาการเชื่อมโลหะสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดนครสวรรค์ article
อบรมมาตรฐานการติดตั้งบอร์ดไฟเบอร์ซีเมนต์จากทีมงานบริษัทผู้ผลิต article
เจาะข่าวเด่นแผ่นดินไหว



อีเมลล์ : schouse.factory@gmail.com เว็บไซต์ : http://www.schousefactory.com